KOKORO-III

เห็น 1 ในสตาฟฟ์รุ่นบุกเบิกอัพบล็อกรำลึกความหลังถึงงานโคโคโระ ทำให้นึกถึงความหลังเมื่อปีที่ผ่านๆมา

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากความคิดที่ว่าอยากจะบวชของสตาฟฟ์บ๊องๆคนนึง ที่เดินตามมาเซอร์มาร์ธาไปทั่วโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์อยู่ 1 วันเต็มๆ ได้เห็นว่ามีคนที่กำลังต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ รอคอยความหวังจากความช่วยเหลือของมูลนิธิเซ็นต์หลุยส์

ตอนที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงคุณลุงท่านนั้น นอกจากจะช่วยมาเซอร์สวดภาวนาให้คุณลุงหายเร็วๆแล้ว ในใจก็ยังคิดว่า "เราจะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม" แต่ด้วยลำพังคนแค่คนเดียวคงทำอะไรมากไม่ได้ แต่สายตาของคุณลุงยังติดอยู่ในใจตลอด

จนมาคิดได้ว่าอยากจัดงานการ์ตูนการกุศล สถานที่ที่คิดไอเดียนี้ออกคือที่สถานีขนส่ง ตอนนั้นนั่งอยู่ในรถคนเดียว พี่ชายฝากของไปส่งกับรถทัวร์ นึกย้อนกลับไปทีไรก็ขำทุกที มันไม่น่าจะคิดออกได้ในที่แบบนั้นเลย

จากนั้นโทรหาน้องๆที่ทุกวันนี้ก็กลายมาเป็นสตาฟฟ์รุ่นบุกเบิกของงานโคโคโระไปแล้ว

จากงานครั้งแรกที่พวกเรายังทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง ไม่เคยจัดงานการ์ตูน ไม่เคยมีชื่อเสียงทางด้านนี้เลยด้วยซ้ำ อุปสรรคมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งเรื่องสถานที่ เนื่องจากเซ็นต์หลุยส์ไม่เคยมีงานแบบนี้มาก่อน ถึงแม้จะพอมีเส้นอยู่บ้างแต่ก็ยังยากอยู่ดี ทั้งเรื่องเงินที่ต้องหาสปอนเซอร์มาช่วยเพราะปีแรกยังต้องจ่ายค่าห้องเองอยู่ ทั้งเรื่องใบปลิว เรื่องโปสการ์ด เป็นเรื่องที่พวกเราไม่เคยทำจริงๆ โชคดีที่มีพี่ๆน้องๆวงการการ์ตูนที่น่ารักคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด

พูดได้ว่างานโคโคโระปีแรกเป็นงานที่จัดไปร้องไห้ไปจริงๆ ตอนนั้นพอพูดถึงเรื่องงานการ์ตูนปุ๊ป ประโยคที่ได้ยินแทบทุกครั้งคือ "ไร้สาระ ทำทำไม หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ"  จนเคยนึกว่าไม่อยากทำแล้ว ทำไมมันยากอย่างนี้

แต่พอเห็นความพยายามของน้องๆสตาฟฟ์คนอื่นๆแล้ว ตอนนั้นในฐานะแม่งานเราจะถอยไม่ได้ อย่างน้อยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่พวกเราทุกคนช่วยกันทำจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เรากำลังทำช่วยกันทำบางอย่างที่อาจจะมีค่าอย่างมากสำหรับบางคน เราอาจจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ต่อชีวิตใครสักคนได้

งานปีแรกเป็นงานที่พวกเราไม่เคยคาดคิดเลยจริงๆ จากที่คิดมาตลอดว่าถ้ามีคนมางานสัก 500 คนก็คงจะดี แต่คิดว่าคงมาแค่ 200-300 คนเท่านั้นเพราะเราไม่ใช่กลุ่มที่โด่งดังหรือมีชื่อเสียงมาก่อนเลย แต่งานในครั้งนั้นกลับเกินความคาดหมายอย่างที่สุด เราไม่ได้เตรียมอะไรไว้สำหรับใส่เงินจำนวนมากมายขนาดนั้น เลยต้องเอาเงินทั้งหมดใส่ในถุงยาแทน

จากคำพูดที่เคยบั่นทอนกำลังใจจากใครหลายๆคนก็เปลี่ยนเป็นคำชม แต่สิ่งที่พวกเราภูมิใจมากที่สุดคือการที่ได้พิสูจน์ให้หลายๆคนได้เห็นว่าพวกเราทำได้จริงๆ เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ เราสามารถทำให้คนที่มางานเราประทับใจกับงานได้ พวกเราไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือเงินทองใดๆ เราต้องการแค่ 2 อย่างนี้เท่านั้นเอง

เคยมีคนบอกไว้ว่างานเราเป็นงานเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ขอขอบคุณมากค่ะ และสำหรับสตาฟฟ์ทุกคนที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่ทุกหน้าที่ในงานโคโคโระทุกปี ตั้งแต่สตาฟฟ์รุ่นแรกที่ช่วยบุกเบิกสร้างงานนี้ด้วยกันมาโดยตลอด และสตาฟฟ์ใหม่ๆที่อาสามารับหน้าที่ในงานปีต่อๆมา ทุกๆคนสำคัญในทุกหน้าที่ เราอาจจะไม่ใช่กลุ่มสตาฟฟ์ที่จัดงานได้เก่งที่สุด สนุกที่สุด หรือดีที่สุด แต่พวกเราก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อสร้างงานโคโคโระในทุกปีที่ผ่านมา

ขอขอบคุณทุกๆท่านจากใจจริงๆค่ะ ทั้งสปอนเซอร์, Circle , วง Cover และ Cosplayer ที่ช่วยเหลือพวกเรามาโดยตลอดจนมีงานโคโคโระครั้งที่ 2 และ 3 ตามมา 

อย่างที่สตาฟฟ์ผู้น่ารักคนหนึ่งของงานได้เขียนไว้ในบล็อก (ขอเอามาลงในบล็อกนี้ด้วยนะลูก)

ขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยให้งาน KoKoRo เป็นรูปเป็นร่างได้ถึงทุกวันนี้ จากปีแรกถึงปีที่สาม โคโคโระได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ปีละประมาณ 1000 คน ถ้าคิดประมาณแบบไม่เข้าข้างตัวเอง ก็มีผู้ที่ร่วมช่วยเหลือกันมา ประมาณ 1000 คน

ที่อาจจะมาเพราะเป็นขาประจำงานการ์ตูน แต่ทุกๆคนดูจะโอนอ่อนให้งานเราในหลายๆเรื่อง ทั้งความผิดพลาดต่างๆนานา เพราะ "งานบุญ" บ้างก็บ้านไกล บ้างก็เจองานการ์ตูนติดๆกัน บ้างก็เจอปัญหาแสงไฟในงานสลัวเกิน แต่ก็ยังมา...

ซาบซึ้งใจค่ะ คนไทยน่ารัก และคนการ์ตูนไทยก็น่ารักมากๆ

อยากให้ทุกท่านได้มา แล้วรู้สึกว่าได้ช่วยเหลือ มีความสนุก และมีความสุขใจ

เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับมา ได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยจริงๆ

เป็นผู้ป่วยไม่กี่คน เพราะค่าผ่าตัดแพงมาก แต่ก็เป็นหนึ่งคน ที่ได้เกิดใหม่เพราะคนอีกหนึ่งพันคน

หนึ่งชีวิต ที่หัวใจของเขามอบคืนวันที่มีแต่ความทรมาน ได้มีชีวิตใหม่ และหัวใจที่จะให้ชีวิตที่แสนยืนนาน

เพียงพอที่จะอยู่เคียงข้างคนที่รัก ให้หัวใจได้เต้นโดยไม่ต้องมีความเจ็บปวดอยู่ทุกจังหวะของชีวิต

เป็นหัวใจ ที่มาจากการเยียวยาของหัวใจอีกพันดวง

Only Heart can Heal*

เราไม่รู้ว่าในปีหน้าจะได้มีงานโคโคโระครั้งที่ 4 หรือครั้งต่อๆไปไหม เพราะน้องๆสตาฟฟ์ทุกคนต่างก็โตขึ้น เรียนหนักขึ้น มีงานมากขึ้น แต่ถ้าพวกเรายังทำไหว เราก็ยังอยากจะทำงานนี้ต่อไป สำหรับเราในฐานะคนที่เริ่มต้นให้กับงานครั้งแรก ก็อยากจะฝากงานโคโคโระไว้กับน้องๆสตาฟฟ์รุ่นต่อๆมาเรื่อยๆ อยากจะบอกว่าเรารักและภูมิใจในตัวน้องๆสตาฟฟ์ทุกๆคน ไม่ว่าใครจะคิดยังไง แต่สำหรับเราแล้ว น้องๆสตาฟฟ์งานโคโคโระทุกคนยอดเยี่ยมที่สุดค่ะ 

และสำหรับทุกท่านที่มางานของพวกเรา ขอขอบคุณจากใจอีกครั้งค่ะ